Wednesday, January 9, 2013

โจวเหวินฟะ (Chow Yun Fat) : เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้คนสุดท้าย


โจว เหวินฟะ (Chow Yun Fat) คอหนังบ้านเราไหนเลยจะไม่เคยได้ยินชื่อของนักแสดงเรืองนามแห่งเอเชียผู้นี้ ไล่เรียงผลงานของเขาคงต้องใช้พื้นที่หลายสิบบรรทัด แต่ถ้าจะให้ขมวดเกียรติประวัติแบบสั้นๆ ก็คงได้ว่า เขาคือนักแสดงที่ถือเป็นหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเอเชีย
     
       ล่าสุด โจวเหวินฟะ ปรากฏตัวอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ในหนังที่มาพร้อมกับฟอร์มอันใหญ่ยิ่ง ของผู้กำกับหวังจิง เรื่องThe Last Tycoon กับบทบาทเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้คนสุดท้าย แน่นอนว่า ก่อนหน้านี้ เราเคยเห็นโจวเหวินฟะในบทประมาณนี้มาแล้ว และนี่คือการกลับมาอีกครั้งหนึ่งในรอบ 27 ปี!!
     
       โจวเหวินฟะยิ่งใหญ่เพียงใด ผลงานของเขาเท่านั้นที่พิสูจน์แล้วด้วยตัวของมันเอง ท่ามกลางวันวัยที่ล่วงเลย และประสบการณ์ที่สั่งสม บางวูบของสายลมแห่งวันเวลา เขาฝันว่า สักครั้งในชีวิต เขาอยากพิชิตรางวัลออสการ์ในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
     
       “แล้วถ้ามันเป็นไปไม่ได้ล่ะ คุณจะว่าไง” กระจิบข่าวบางสำนัก กระเซ้า...“ผมก็คงต้องหัวเราะไปกับมัน” เขาว่า แซมยิ้มบางๆ บนใบหน้า....
 
ความสำเร็จของการเป็นเจ้าพ่อ ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่เคยทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
“ความสำเร็จของการเป็นเจ้าพ่อ ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่เคยทำให้เขาไม่รู้สึกโด
 
      เมื่อ 27 ปีที่แล้ว คุณโด่งดังจากบทเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ในบทสวี่เหวินเฉียง 27 ปีต่อมา คุณได้กลับมารับบทเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่มีตัวตนจริงๆ ตัวจริง อย่าง เฉิงต้าชี่ คิดว่ามันเป็นโชคชะตาหรือเปล่า?
       ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้กำกับหวังจิ้ง และแอนดรูว์ เลา ที่ให้โอกาสผม เพราะว่าบทสวี่เหวินเฉียง กับ เฉิงต้าชี่ มันก็มีจุดที่แตกต่างกันไปมาก สวี่เหวินเฉียงคือปัญญาชนสุภาพบุรุษที่หันมาเป็นมาเฟีย เขาเป็นที่รักของทุกคน แต่สุดท้าย สิ่งนั้นก็กลับมาทำลายเขา ส่วนบทเฉิงต้าชี่ใน THE LAST TYCOON เป็น ตัวละครที่มีความซับซ้อนสูง เขาเริ่มต้นด้วยความใสซื่อ เติบโตเพราะโดนหักหลัง ไต่เต้าขึ้นมายืนแถวหน้าด้วยความภักดี และยืนหยัดเป็นเบอร์หนึ่งได้ด้วยความเด็ดขาด ยึดมั่นในสัจจะ แต่เบื้องหลังของการขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อตัวจริงของเซี่ยงไฮ้ เขาต้องทิ้งหัวใจและความรักเอาไว้ข้างหลัง เพราะมันเป็นจุดอ่อนเดียวของการเดินไปข้างหน้า ต้องขอบคุณผู้กำกับที่ให้โอกาส เพราะหนังที่ซับซ้อน ยิ่งมีโอกาสแสดงความสามารถ แล้วก็ได้แสดงกับนักแสดงดีๆ อีกหลายคน ผมเองก็ได้เรียนรู้จากพวกเขาไม่น้อย
     
       แล้วบทบาทในตัวละคร มีความคล้ายคลึงกับโจวเหวินฟะตัวจริงบ้างหรือเปล่า?
       ไม่เหมือนเลยครับ เพราะผมคงไม่เสียสละความรักเพื่อการเดินไปข้างหน้า ถ้าจะเหมือนกันก็คงเป็นตรงที่การรักพวกพ้อง
     
       เราทราบกันดีว่าคุณเคยแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูดมา ไม่ทราบว่าแตกต่างกับภาพยนตร์เอเชียอย่างไรบ้าง?
       ฮอลลีวูดจะค่อนข้างมีระเบียบตายตัว คือถ้าบอก 1 2 3 ก็คือต้อง 1 2 3 เราแสดงนอกบทไม่ได้เลย แต่เอเชีย 1 2 3 ยังอาจมี 4 5 6 หรือ 7 8 9 ได้ เราสามารถปรับอะไรได้บ้างโดยคุยกับผู้กำกับที่หน้ากล้องได้เลย เลยไม่เหมือนกัน อย่างฮอลลีวูดนี่ ไดอะล็อกจะแก้ไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว ถ้าจะแก้ต้องหารือกับคนเขียนบท กับผู้กำกับก่อน คือมีระบบการทำงานที่แตกต่าง
 
“ผู้กำกับบอกว่าถ้าฉากนี้แสดงไม่ดี ค่าตัวงวดต่อไปจะไม่จ่าย ผมก็เลยร้องไห้หนักเป็นพิเศษ”
 “ผู้กำกับบอกว่าถ้าฉากนี้แสดงไม่ดี ค่าตัวงวดต่อไปจะไม่จ่าย ผมก็เลยร้องไห้หนักเป็
 
      THE LAST TYCOON ใช้ ทุนสร้างสูงถึง 700 ล้านบาท โดยสร้างเมืองใหม่และ ฉากใหญ่ขึ้นมาใหม่หมด ได้ยินมาว่ามีอยู่ฉากหนึ่งที่คุณอินมากจนน้ำตาไหล ซึ่งถือว่าเป็นการอินนอกบทใช่ไหม?
       ในหนังเรื่องนี้มีทั้งฉากที่ผมสะใจและที่ผมอิน ฉากที่ผมสะใจที่สุดน่าจะเป็นเหตุการณ์ในถนนนานกิง ที่มีการใช้ระเบิดเยอะมาก เป็นเหมือนฉากสงครามแรกของแก๊งมาเฟีย ที่ทำให้คนรู้จักชื่อของ เฉิงต้าชี่ และ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการไต่เต้าขึ้นเป็นเจ้าพ่อ ส่วนฉากที่อินจนทุกคนล้อเรื่องร้องไห้ ก็คือฉากที่ต้องกลับมาเจอกับคนรักคนแรก ผู้หญิงที่เฉิงต้าชี่ทิ้ง ความรักของเขาและเธอไว้ข้างหลัง ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยหยุดคิดถึงเธอเลยสักวัน ที่ผมร้องไห้ให้ฉากนี้เพราะจริงๆ แล้วผมรู้สึกจริงๆ ว่า ความสำเร็จของการเป็นเจ้าพ่อ ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกไม่โดดเดี่ยว
       ในเรื่อง คุณมีฉากเลิฟซีนกับนักแสดงหญิงหลายคนอย่างหยวนฉวน หรือว่าม่อเสี่ยวฉี อยากให้บรรยายความรู้สึกตอนนั้น กับความรู้สึกตอนที่มาดูแล้วว่าเป็นยังไง?
       ถามภรรยาในเรื่องผมดีกว่า (ยิ้ม)
       อีกสักคำถาม คุณเป็นคนเดียวที่กล้าท้าทายอำนาจของผู้กำกับและโปรดิวเซอร์หรือเปล่า?
       ก็ไม่เชิง เพราะผมค่อนข้างสนิทกับทั้งคู่มาก บางทีพวกเขาเสนอความคิดเห็นให้ผม บางทีถ้าผมมีความเห็น เราก็มีเวทีที่จะเสนอข้อคิดเห็นให้ คือบางทีเขามาถามเองก็มี เราก็แลกเปลี่ยนแล้วก็แก้ไขกัน เขาสองคนเป็นคนที่เป็นประชาธิปไตยมาก ส่วนผมก็เป็นนักแสดงที่เปิดกว้าง ดังนั้นเราอยู่ด้วยกันไม่มีความโกรธเกลียด มีแต่ความสนุก ส่วนเรื่องที่ผมแสดงแบบควักหัวใจแสดงเพื่อเรียกน้ำตาคนดู ก็เพราะผู้กำกับบอกว่าถ้าฉากนี้แสดงไม่ดี ค่าตัวงวดต่อไปจะไม่จ่าย ผมก็เลยร้องไห้หนักเป็นพิเศษ พอเดินออกไปก็มีค่าตัวงวดสุดท้ายรออยู่ ก็แค่นั้น ขอบคุณครับผู้กำกับ
[title]
 
 
 
*** 5 หนังมันๆ ของโจวเหวินฟะ ***
       อาจจะไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุด หรือถูกใจที่สุดสำหรับทุกคน แต่ภาพยนตร์ 5 เรื่องต่อไปนี้ มีดีตรงที่ความแอ็กชั่นและดูสนุกมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในบรรดาหนังทั้งหมดที่ โจวเหวินฟะแสดง
1. Hard Boiled ทะลักจุดแตก
       1. Hard Boiled / ทะลักจุดแตก
       นับเป็นหนังแอ็กชั่นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีฉากดวลปืนกันมันที่สุดในประวัติ ศาสตร์ภาพยนตร์ อีกทั้งยังมีการเอาเทคนิคด้านกังฟูมาผสมผสานเข้ากันกับการบู๊ด้วยอาวุธปืน ได้อย่างลงตัว หลายฉากแอ็กชั่นสะท้อนให้เห็นถึงความครีเอทีฟในการคิด เช่น การไถลตัวลงบันไดพร้อมสาดกระสุนใส่ฝ่ายตรงข้ามของโจวเหวินฟะ ถือ เป็นฉากยิงปืนที่ “เท่” ที่สุดฉากหนึ่งในความทรงจำของคอหนังแอ็กชั่น หนังเรื่องนี้ทุ่มทุนสร้างด้วยการลงทุนเช่าตึกร้างที่กำลังจะถูกทุบทิ้ง เพื่อเป็นสถานที่ในการถ่ายทำ นัยว่า เพื่อให้ตัวละครได้บู๊กันสะบั้นหั่นแหลกโดยไม่ต้องเกรงกลัวความเสียหาย หมายเหตุไว้ตรงนี้ด้วยว่า หนังเรื่องนี้ดีถึงขนาดที่มีการนำไปต่อยอดทำเป็นเกมให้ได้เล่นกันด้วย
 
2. Full Contact คนใหญ่กระแทกใหญ่
       2. Full Contact / คนใหญ่กระแทกใหญ่
       ต้นตำรับหนังบู๊ล้างแค้นกันแบบโหดๆ ชนิดที่คนขวัญอ่อนอาจจะต้องเบือนหน้าหลบไปเลยก็มี ที่สำคัญ ผลงานชิ้นนี้ถ่ายทำในเมืองไทย
 
3. A Better Tomorrow 2 / โหด เลว ดี 2
       3. A Better Tomorrow 2 / โหด เลว ดี 2
       ในแง่ของคุณค่าด้านศิลปะ รูปแบบและเนื้อหา อาจเทียบไม่ได้กับโหดเลวดีภาคที่หนึ่ง แต่สิ่งที่หนังภาคนี้ฝากไว้ในความทรงจำของคนดูผู้ชม ก็คือ ความสนุกสุดมันอันเกิดจากการบู๊ยิงกันมันกระจาย ตัวละครประกอบถูกยิงตายเป็นผักปลา และถ้าจะว่ากันจริงๆ มันเป็นหนังแอ็กชั่นที่มีตัวละครตายเยอะมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คอหนังบู๊แบบไม่คิดอะไรมาก คงสะใจกันไปตามๆ
 
4. God of Gamblers / คนตัดคน
       4. God of Gamblers / คนตัดคน
       ไม่ต้องอธิบายอะไรมากสำหรับหนังเรื่องนี้ของโจวเหวินฟะ มัน คือความสนุกที่มีครบรสในแบบที่หนังแอ็กชั่นดีๆ ควรมี อารมณ์ขัน และแอ็กชั่นความมัน ถูกผสมผสานเข้ากันราวกับอาหารจานเด็ดที่เอร็ดอร่อยอย่างยิ่ง
 
5. Let the Bullet Fly / คนท้าใหญ่
       5. Let the Bullet Fly / คนท้าใหญ่
       อาจจะดูไม่ค่อยเข้าพวกกับ 4 เรื่องที่กล่าวมาเท่าไรนัก เนื่องจากมันไม่ใช่หนังที่จะมาบู๊กันแบบทะลุพิกัดจัดเต็ม และจุดเด่นอยู่ที่ความตลกขบขันบวกกับการเป็นหนังสะท้อนการเมืองได้คมคาย อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้คือการคัมแบ็กคืนฟอร์มอีกครั้งของโจวเหวินฟะ หลังจากไปล้มลุกคลุกคลานอยู่กับการเล่นหนังฮอลลีวูดอยู่นานหลายปี สนุกและได้สาระมากๆ เรื่องนี้
 
Manager Online

No comments:

Post a Comment