Tuesday, October 9, 2012

The Perks of Being A Wallflower หนังฝรั่ง ตุลาคม 2012

The Perks of Being a Wallflower


The Perks of Being A Wallflower
กำหนดฉาย  : 11 ตุลาคม 2555
แนว  : โรแมนติก
กำกับ  : สตีเฟ่น คาบอสกี้
ผู้อำนวยการสร้าง  : รัสเซล สมิธ


นักแสดง
The Perks of Being a Wallflower
โลแกน เลอร์แมน (รับบทเป็น ชาร์ลี)
โลแกน เลอร์แมน ถือ เป็นนักแสดงดาวรุ่งดวงใหม่มาแรง โดยเขาเพิ่งมีผลงานหนังแอ็คชั่นสามมิติเรื่อง The Three Musketeers 3D ของผู้กำกับ พอล ดับบลิวเอส แอนเดอร์สัน ที่หยิบเอาตำนานของสามทหารเสือมาทำ ร่วมแสดงโดย มิล่า โววิช และ ออแลนโด้ บลูม

เส้นทางการแสดงของ เลอร์แมน เริ่มต้นเมื่อเขารับบทเป็นลูกคนสุดท้องของ เมล กิ๊บสัน ในหนังสงครามคุณภาพเรื่อง The Patriot และในปีเดียวกันเขาก็รับบทเป็น เมล กิ๊บสัน ในวัยเด็ก ในหนังโรแมนติก-คอมเมดี้สุดฮิตเรื่อง What Women Want โดยผลงานอื่น ๆ ของ เลอร์แมน ก็ยังมี The Butterfly Effect ที่นำแสดงโดย แอชตัน  คุชเชอร์, Riding in Cars with Boys ที่นำแสดงโดย ดรูว แบร์รี่มอร์, 3:10 to Yuma และ Gamer ที่นำแสดงโดย เจอราร์ด บัตเลอร์


The Perks of Being a Wallflower

เอ็มม่า วัตสัน (รับบทเป็น แซม) Emma
ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เอ็มม่า วัตสัน เป็น เวลากว่าทศวรรษที่เธอรับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ แม่มดสาวเลือดผสมใน Harry Potter ทั้งแปดภาค โดยปัจจุบันเธอก็ได้ก้าวออกมาจากเงาของแฟรนไชส์ขนาดมหึมา เพื่อเข้ามารับบทในหนังคุณภาพของ โซเฟีย คอปโปล่า ในเรื่อง The Bling Ring สร้างจากเรื่องจริงของกลุ่มวัยรุ่น ที่บุกปล้นบ้านของดาราฮอลลีวูด ซึ่งหนังเรื่องนี้มีกำหนดฉายในปี 2013

  ปัจจุบัน เอ็มม่า ยังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำเรื่อง Noah หนังมหากาพย์ของผู้กำกับ ดาร์เรน อโรนอฟสกี้ ประกบคู่กับ รัสเซล โครว์, ดักลาส บู้ท, โลแกน เลอร์แมน และ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่ เรื่องราวในพระคำภีร์ของ โนอาห์ และเหตุการณ์น้ำท่วมโลก โดยก่อนหน้านี่ วัตสัน ก็ยังรับบทสมทบในเรื่อง My Week With Marilyn ประกบคู่กับ มิเชล วิลเลี่ยม และ เคนเน็ธ บรานาห์ เรื่องราวของไอค่อนของวงการฮอลลีวูด มาริลีน มอนโรว์ โดยหนังก็สามารถเข้าชิงลูกโลกทองคำ ในสาขาภาพยนตร์ตลกหรือมิวสิคัลยอดเยี่ยม

The Perks of Being a Wallflower

เอสร่า มิลเลอร์ (รับบทเป็น แพทริก)

          เขาทำให้ทุกคนต้องตะลึงจากการแสดงที่กล้าบ้าบิ่น ไม่เกรงกลัว และสามารถยืดหยัดเมื่อต้องปะทะกับเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง ทิลด้า สวินตัน ในหนังของผู้กำกับ ลินน์ แรมซี่ย์ เรื่อง We Need to Talk about Kevin ที่ได้รับเกียรติให้เปิดฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง โดย เอสร่า ก็ได้เริ่มต้นเส้นทางการแสดงตั้งแต่ปี 2008 ในหนังดราม่าเรื่อง Afterschool ที่เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์และเบอร์ลิน

          นอกจากการแสดงภาพยนตร์ มิลเลอร์ ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับจอแก้ว ในปี 2008 เขาก็แสดงประจำในซีรีส์ Californication ที่นำแสดงโดย เดวิด ดูคอฟนี่ รวมถึง Royal Pains ในสองซีซั่นแรก มิลเลอร์ ยังมีแรงใจในการเล่นดนตรี โดยปัจจุบันเขาก็ยังได้ออกทัวร์กับวงของเขาที่ชื่อ Sons of an Illustrious Father

The Perks of Being a Wallflower

The Perks of Being a Wallflower


เรื่องย่อ The Perks of Being A Wallflower

ขอต้อนรับสู่ปี ค.ศ. 1991  ชาร์ลี (โลแกน เลอร์แมน) เป็น เด็กหนุ่มขี้อายและไร้เดียงสา เขาเปรียบเสมือนดอกวอลล์ฟลาวเวอร์ มักที่จะเฝ้ามองและสังเกตุผู้คนโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว จนกระทั่งรุ่นพี่สองคนได้รับเขาเข้ามาเป็นพวกเดียวกัน นั่นก็คือสาวจิตใจอิสระ แซม (เอ็มม่า วัตสัน) และลูกพี่ลูกน้องที่เปิดเผยทุกอย่าง แพทริก (เอสร่า มิลเลอร์) ที่ช่วยให้ ชาร์ลี ได้พบกับมิตรภาพ รักครั้งแรก การค้นพบตัวเอง และภารกิจในการตามหาเพลงที่หล่อหลอมชีวิต ในขณะเดียวกัน คุณครูภาษาอังกฤษของเขา มิสเตอร์แอนเดอร์สัน (พอล รัดด์) ก็ได้แนะนำให้เขารู้จักกับความงามของวรรณกรรม ซึ่งทำให้เขาอยากที่จะเป็นนักเขียน


 แต่เมื่อ ชาร์ลี มุ่งหน้าเข้าสู่โลกของการเติบใหญ่ ความเจ็บปวดในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา เมื่อไมเคิล เพื่อน สนิทของเขาฆ่าตัวตาย และการจากไปอย่างกระทันหันของป้าอันเป็นที่รักของเขา รวมถึงเพื่อนเก่าของเขาที่วางแผนจะไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้ทำให้โลกของ ชาร์ลี เริ่มสั่นคลอน และทำให้รากฐานแห่งตัวตนของเขาก็จะเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจของเขาทั้งหมด

The Perks of Being a Wallflower

The Perks of Being a Wallflower

The Perks of Being a Wallflower  กำกับและเขียนบทโดย สตีเฟ่น ชาบอสกี้ ดัดแปลงจากวรรณรกรรมเยาวชนของตัวเอง อำนวยการสร้างโดย รัสเซล สมิธ (Juno, Jeff Who Lives at Home, Young Adult) โดยมีทีมงานคุณภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ควบคุมเพลง ไมเคิล บรูค (The Vow, The Fighter), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เดวิด โรบินสัน (Young Adult, Shame), ผู้ตัดต่อภาพ แมรี่ โจ มาร์คีย์ (Star Trek, Super 8), ผู้ออกแบบงานสร้าง อินเบล ไวน์เบิร์ค (Our Idiot Brother, Blue Valentine) และผู้กำกับภาพ แอนดรูว ดันน์ (Crazy Stupid Love, Life as We Know It)



สตีเฟ่น ชาบอสกี้ (ผู้กำกับ / เขียนบท / แต่งหนังสือ)
หนังสือเล่มแรกของเขา  The Perks of Being a Wallflower วาง จำหน่ายในปี 1999 ถูกตีพิมพ์ใน 14  ประเทศทั่วโลก และถูกแปลไป 12 ภาษา และยังขายได้มากกว่า 1 ล้านเล่มเฉพาะในอเมริกา มันกลายเป็นหนังสือที่สร้างผลกระทบให้กับวัยรุ่น มักถูกใช้สอนในโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย ติดอันดับหนึ่งในสิบเล่มที่ควรค่าแก่การอ่านของ American Library Association และยังขึ้นชาร์ตอันดับหนังสือขายดีอีกครั้ง โดยอยู่ในอันดับ 1 ของการจัดอันดับของ The New York Times มาแล้ว 11 สัปดาห์ติดต่อกันถึงปัจจุบัน

ชาบอสกี้  เกิด และเติบโตในพิตต์สเบิร์ก เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย USC สาขาการเขียนบทภาพยนตร์ โดยหนังเรื่องแรกของเขา The Four Corners of Nowhere ก็เข้าฉายในเทศกาลหนังซันแดนซ์เมื่อปี 1995 เขายังทำงานร่วมกับ จอห์น ลิกุยซาโม่ บนบรอดเวย์ และเขียนบทภาพยนตร์ให้กับหนังมิวสิคัลชื่อดังอย่าง Rent ผลงานการกำกับของ คริส โคลัมบัส ปัจจุบันเขาก็กำลังเขียนหนังสือเล่มที่สอง ชาบอสกี้ อาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิสกับ ลิซ แม็คคีย์ ภรรยาของเขา





No comments:

Post a Comment