Sunday, January 29, 2012

Jamsai...แจ่มใส อะวอร์ด สนามความคิด...สะกิดไอเดียรัก 4

เป็นสีสันอันสดใสของวงการวรรณกรรมไปแล้ว สำหรับ 'สำนักพิมพ์แจ่มใส' ที่ขยันสร้างสรรค์นิยายรักสุดหอมหวานออกสู่ตลาดหนังสือ




เท่านั้นไม่พอยังเพิ่มดีกรีให้จัดจ้านขึ้นด้วย 'รางวัลแจ่มใส อะวอร์ด สนามความคิด...สะกิดไอเดียรัก'
 จนกระทั่งปีนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว สำหรับรางวัลที่เชื่อกันว่าน่ารักสดใสที่สุดของประเทศไทย แม้จะไม่ใช่เวทีประกวดวรรณกรรมโดยตรง แต่สิ่งที่แจ่มใสจัดให้ประชันขันแข่งอย่าง 'ที่คั่นหนังสือและภาพประกอบนิยายรัก' ก็ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของหนังสือที่ช่วยเสริมเติมแต่งให้การอ่านหนังสือ ดูสดใสขึ้น
 สำหรับรางวัล แจ่มใส อะวอร์ด สนามความคิด...สะกิดไอเดียรัก ครั้งที่ 4 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด 'เพราะเธอคือความรัก' นักเขียนและนักออกแบบทุกคนจึงต้องตีโจทย์รักนี้ให้แตก และดูท่าจะเป็นผลสำเร็จ เพราะภายในงานประกาศผลและมอบรางวัลแจ่มใสอะวอร์ด ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 ณ เดอะ สไตล์ บาย โตโยต้า สยามสแควร์ มีจัดแสดงผลงานมากมายที่ผ่านเข้ารอบ ซึ่งทั้งสิ้นล้วนสะท้อนมุมมองความรักได้อย่างละเมียดละไม
 บุษรา พรประเสริฐศรี รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด กล่าวถึงการประกวดโครงการ แจ่มใส อะวอร์ด สนามความคิด...สะกิดไอเดียรัก ว่าเป็นโครงการที่จัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกปีก็มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดมากขึ้นทุกปีๆ ทั้ง 3 ประเภท คือ ประเภทนิยาย, ประเภทภาพประกอบ และ ประเภทที่คั่นหนังสือ
 "ปี นี้มีผู้สนใจส่งผลงานประกวดรวมทั้งหมดกว่า 500 คน แสดงให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจกับการเขียนนิยายและสร้าง สรรค์งานศิลป์ผ่านภาพประกอบและที่คั่นหนังสือเป็นอย่างมาก ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์หลักของบริษัทฯ และโครงการที่ต้องการเป็นสนามให้คนรุ่นใหม่ได้ทำตามความฝันและเป็นส่วนหนึ่ง ในการผลักดันคนที่มีความรู้ความสามารถสร้างสรรค์งานคุณภาพใหม่ๆ ออกมาประดับวงการวรรณกรรมไทยต่อไป"
 นอกจากนี้ ศศกร วัฒนาสุทธิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด ยังบอกด้วยว่ารางวัลนี้เปรียบดั่งโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถแต่ไร้ ซึ่งช่องทางแสดงออก อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไป
 "รางวัลแจ่มใสอะวอร์ดจัดขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสเพื่อให้น้องที่มี ความสามารถแต่อาจจะไม่มีเวทีเป็นตัวกระตุ้นเขา พอเราจัดเวทีนี้ขึ้นมาจะทำให้คนรู้สึกมีแรงบันดาลใจมากขึ้นในการทำผลงานสัก ชิ้นหนึ่งขึ้นมาเพื่อส่ง เราก็วางคอนเซ็ปต์ของเวทีไว้ค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่เราคิดว่าส่งผลต่อความสำเร็จของหนังสือ เรื่องของงานเขียน ภาพประกอบ และที่คั่นหนังสือ"
 หากกวาดสายตามองรางวัล ในบรรณพิภพทั้งหมด คงได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละรางวัล สำหรับรางวัล แจ่มใส อะวอร์ด ขอบเขตอันกว้างขวางน่าจะเป็นจุดเด่นสำคัญที่รางวัลอื่นมีไม่เท่า และด้วยอิสระเช่นนี้นักเขียนและนักออกแบบจึงรังสรรค์ผลงานได้อย่างไร้ขีด จำกัด
 "ถ้าดูแนวหนังสือที่เราทำก็จะออกมาในแนวนิยายรักทั้งหมด เพียงแต่มีความหลากหลายของเนื้อหาที่แตกต่างกันไป เวทีนี้มีความหลากหลายในแง่คอนเซ็ปต์ ทุกปีเรามีโจทย์ขึ้นมาโจทย์หนึ่งซึ่งจะเกี่ยวกับความรัก ทีนี้ก็แล้วแต่ว่าคนที่สร้างสรรค์แต่ละคนจะตีความความรักของเขามาในรูปแบบ ไหน โดยที่เราไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นในเชิงบวกหรือลบ ก็จะได้เห็นมุมมองที่หลากหลายแตกต่าง จุดเด่นอีกข้อหนึ่ง ที่แจ่มใสอวอร์ดมี แต่เวทีอื่นๆ อาจไม่มี คือ เรื่องที่คั่นหนังสือ ซึ่งแจ่มใสเป็นผู้สร้างกระแสให้เกิดงานอดิเรกชิ้นหนึ่ง เป็นการสะสม มีการแลกเปลี่ยน" ศศกร กล่าว
 จากโจทย์หนึ่งสู่กระบวนคิด จากกระบวนคิดสู่การสร้างสรรค์ ผลงานทั้ง 3 ประเภท รวมหลายร้อยชิ้นได้รับการตรวจตราจากคณะกรรมการ กลั่นกรองจนค้นพบผลงานชิ้นเลิศ แม้ในปีนี้ ประเภทนิยายจะไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานนิยายสไตล์แจ่มใส แต่อีก 2 ประเภท มีผู้ผ่านเกณฑ์และคว้าชัย สำหรับประเภทภาพประกอบนิยาย ผู้ชนะเลิศคือ หทัยวงศ์ สิงห์กันท์ จากผลงาน   Something beautiful ส่วนผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ภัณฑิรา ทองเชิด จากผลงาน Love Like Cake และผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จริญญา บินซำซี จากผลงาน Love Letter ด้วยรักและคิดถึง
 ประเภท ที่คั่นหนังสือ ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ วีระ ดิสภักดี จากผลงาน แจ่มใส ซารังเฮ ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ สุธิดา ดงแสนสุข จากผลงาน เพราะเธอคือความรัก และผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ธนาภรณ์ กุศลมโนมัย จากผลงาน This house
 ศศก ร วัฒนาสุทธิวงศ์ กล่าวถึงผลงานที่ส่งประกวดในปีนี้ว่าสิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือความแตก ต่าง ซึ่งก็ตรงกับจุดประสงค์ที่แจ่มใสได้วางไว้ตั้งแต่ต้น
 "คุณภาพเทียบ กับปีก่อนๆ จริงๆ ไม่อยากเทียบว่าดีหรือไม่ดี เราได้เห็นความแตกต่างมากกว่า แต่ละคนมีวิธีการตีคอนเซ็ปต์แตกต่างกันไป อาจมีการใช้วัสดุ ใช้อุปกรณ์ที่หลากหลายมากขึ้น มีคอนเซ็ปต์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น อย่างรางวัลที่ได้ที่หนึ่งประเภทที่คั่นหนังสือ พูดถึงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค อย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ เป็นกระแสสังคมช่วงนั้นๆ ที่เขาจับมาเล่นได้"
 หทัยวงศ์ สิงห์กันท์ นักศึกษาสาวขี้อายวัย 20 ปี จากรั้วมหาวิทยาลัยรังสิต สาขาดิจิทัลอาร์ต ผู้ชนะเลิศประเภทภาพประกอบนิยาย อาศัยความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาและความชื่นชอบศิลปะสร้างสรรค์ผลงาน Something beautiful ส่งประกวดรางวัลแจ่มใสฯ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยชิงชัยเวทีใดมาก่อน เธอเล่าว่าเคยแค่ทำงานให้อาจารย์ที่โรงเรียนเก่าเพียงเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนรักของเธอได้มาแจ้งข่าวว่ามีโครงการประกวดรางวัล แจ่มใสฯ ซึ่งน่าจะเหมาะกับหทัยวงศ์ ณ ขณะนั้นเธอคิดเพียงว่าอยากตีโจทย์นี้ให้แตก ถึงแม้หนังสือของแจ่มใสจะไม่ใช่สิ่งที่เธอคุ้นเคยนักแต่โจทย์ซึ่งไม่บีบรัด ก็ท้าทายให้ลองตีความ
 "เมื่อเราได้โจทย์มาแล้ว ก่อนอื่นต้องตีโจทย์ก่อนเลย แล้วก็คิดไอเดียว่าจะออกมาอย่างไร ทำอย่างไรให้ดูแตกต่าง สุดท้ายก็ลงมือทำ"
 เธอเล่าว่าผลงาน Something beautiful ได้รับแรงบันดาลใจจากคนใกล้ตัว อยากให้มองความรักที่อยู่ใกล้ตัวมากๆ
 หลังจากนั้นเธอก็ส่งผลงานเข้าประกวด ใจหนึ่งเธอรู้สึกมุ่งมั่นตั้งใจในผลงานนี้มาก แต่อีกใจหนึ่งก็เผื่อไว้
 "ตอนส่งไปไม่คาดหวังเท่าไร เห็นงานปกของแจ่มใสก็น่ารักทั้งนั้นเลย ก็เลยคิดว่ามาตรฐานเขาสูงนะ ก็กังวลเหมือนกัน"
 ใน ที่สุดเมื่อรู้ว่าตนเองได้รับรางวัลชนะเลิศ คงไม่มีคำพูดใดแทนความรู้สึกดีได้เท่ากับ "ดีใจมากค่ะ" และก็อดขอบคุณผู้จัดโครงการประกวดรางวัลนี้ไม่ได้ "ขอบคุณคนที่จัดงานนี้ด้วยค่ะ ทำให้เราได้ฝึกฝีมือ ฝึกความสามารถ" และบุคคลที่สำคัญที่เธออยากขอบคุณมากที่สุด คือ เพื่อนรักของเธอ
 "ขอบคุณเพื่อนมากๆ ที่ช่วยแนะนำงานที่เข้ากับเรามาให้เรา ขอบคุณมากเลย"
 ด้าน วีระ ดิสภักดี เจ้า ของกิจการร้านทำผม ผู้ชนะเลิศประเภทที่คั่นหนังสือ จากผลงาน แจ่มใส ซารังเฮ พัฒนางานอดิเรกนี้เป็นงานประกวดได้เพราะบังเอิญเห็นป็อปอัพโฆษณาโครงการ ประกวดนี้ในเว็บไซต์ เมื่อเห็นหัวข้อก็เกิดแรงบันดาลใจ
 "แรงบันดาลใจแปล มาจากหัวข้อการประกวด 'เพราะเธอคือความรัก' เราก็อยากจะเปรียบแจ่มใสเป็นผู้ส่งผ่านความรักให้แก่ผู้อ่านของแจ่มใสให้ ดูแลสุขภาพ ที่ทำมีแว่นตาให้ดูแลสายตาบ้าง ของกินก็อย่าลืมทานอาหาร อย่าอ่านจนเพลิน มีไอคอนพวกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คก็หมายถึงอยากให้แชร์เพื่อนบ้าง พูดคุยกับเพื่อนบ้าง จึงลองส่งไปประกวดเล่นๆ"
 แต่นี่ไม่ใช่เวทีแรก สำหรับเขา ก่อนหน้านี้เขาเคยส่งผลงานประกวดหลายที่แต่ยังไม่เคยได้รับรางวัล ครั้งนี้เขาจึงคาดหวังอยู่บ้างแต่ไม่มาก จนกระทั่งหลงลืมไปแล้วว่าเคยส่งประกวด
 "จริงๆ ไม่ได้ไปดูประกาศผล ลืมไปด้วยซ้ำ เขาโทรมาก็ยังตกใจอยู่ ลืมไปแล้ว พอนึกขึ้นมาได้ อ๋อ...เราส่งไป"
 ศศกร เชื่อว่ารางวัลนี้จะช่วยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถก้าวเข้ามาพัฒนาวงการนิยายรักของไทย
 "หลาย ครั้งที่บอกว่าแจ่มใสเปิดรับผลงานตลอดเวลาเลยนะ เปิดรับพิจารณาทั้งงานเขียน ทั้งภาพประกอบตลอดเลย แต่บางทีเราจะเห็นทุกครั้งเลยที่เราเปิดรับทั่วๆ ไป เทียบกับเวลาที่มีเวทีขึ้นมา จะเห็นว่าปริมาณแตกต่างกันมาก เราเชื่อว่างานศิลปะจำพวกนี้ทั้งในเรื่องานวาดงานเขียน เขาต้องการแรงบันดาลใจ แรงกระตุ้น หรือโจทย์ให้เขา เชื่อว่าถ้าเราได้คนใหม่ๆ เข้ามา ยิ่งเป็นเด็กๆ รุ่นใหม่ๆ ที่วันนี้เห็น มีทั้งน้องที่เรียนมัธยมอยู่เลย เชื่อว่าวงการนี้จะมีอะไรแปลกใหม่มากขึ้น มีอะไรร่วมสมัยมากขึ้น อย่างนิยายนี่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ยุคหนึ่งนิยายใช้ภาษาแบบหนึ่ง มีเนื้อเรื่องแบบหนึ่ง ยุคนี้ก็จะเปลี่ยนไปให้เข้ากับกลุ่มคนอ่านมากขึ้น"

 วีระ ดิสภักดี กล่าวทิ้งท้ายถึงรางวัลนี้ว่า "รางวัลแจ่มใสอวอร์ดเป็นรางวัลที่ดี เพราะนักอ่านที่อยากร่วมสนุกกับบริษัทแจ่มใสได้ร่วมสนุก ก็ดีใจครับ เราเป็นคนอ่านแล้วรู้สึกว่าได้อะไร มีปฏิสัมพันธ์กัน ได้รางวัลหรือไม่ได้ก็เป็นความสุขแล้วครับ แค่ได้เข้าประกวด ได้เห็นผลงานก็ดีใจแล้ว"

โดย : ปริญญา ชาวสมุน @ bangkokbiznews

No comments:

Post a Comment